เรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์ · มหาวิทยาลัยรามคำแหง

สืบสานพระราชประเพณี: พระกฐินพระราชทานมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2542

ในทุกปี เมื่อสิ้นสุดเทศกาลออกพรรษา พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานจะเวียนมาบรรจบอีกครั้ง เป็นพระราชประเพณีที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนานและสะท้อนสายสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ พระพุทธศาสนา และหน่วยงานของรัฐ หนึ่งในสถาบันที่ได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินอย่างต่อเนื่อง คือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งในปีพุทธศักราช 2542 ได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินเพื่อนำไปถวาย ณ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา
ภาพที่ 1 วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา
ภาพที่ 1 วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา

พระราชประเพณีที่สืบทอดต่อเนื่องทุกปี

มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินเป็นประจำทุกปี เพื่อนำไปถวายยังพระอารามหลวงในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2518 เป็นครั้งแรก จนถึงปี 2542 การดำเนินงานดังกล่าวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย

2518

มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินเป็นครั้งแรก นับเป็นจุดเริ่มต้นของพระราชประเพณีที่สืบทอดต่อเนื่องมาทุกปี

2542

ได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อนำไปถวาย ณ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา

การถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในปีนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542
ภาพที่ 2 วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา
ภาพที่ 2 วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา

วัดคู่เมืองนครราชสีมา

วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นวัดที่อยู่กลางเมืองเพียงวัดเดียว สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองนครราชสีมา ประชาชนเรียกขานนามวัดนี้ต่าง ๆ กัน เช่น วัดกลางบ้าน วัดกลางนคร เป็นต้น พระอารามหลวงแห่งนี้ได้รับการสถาปนาพระราชทานจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ให้เป็นวัดคู่เมืองนครราชสีมา ต่อมาเกิดชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา โดยเจ้าอาวาสองค์ก่อน ๆ ได้บูรณปฏิสังขรณ์กันเรื่อยมาจนกระทั่งทรุดโทรมลงอีก ในปีพุทธศักราช 2478 พระเรืองรุกปาจามิตร ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 3 ได้ทำรายงานเสนอพระยากำธรพายัพทิศ ข้าหลวงประจำจังหวัดนครราชสีมา ให้ขอพระราชทานยกฐานะวัดขึ้นเป็นพระอารามหลวง

23 มกราคม 2478

วัดได้รับพระราชทานยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระอารามนี้ใหม่ว่า “วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร”

การได้รับพระราชทานนามใหม่ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีและพิธีสำคัญของบ้านเมืองมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยรามคำแหงจึงได้ขอพระราชทานผ้าพระกฐิน และกระทำพิธีโดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–13 พฤศจิกายน 2542

พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน

ภาพที่ 3 ศาสตราจารย์รังสรรค์ แสงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงในขณะนั้น ประธานในพิธีขณะถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2542
ภาพที่ 3 ศาสตราจารย์รังสรรค์ แสงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงในขณะนั้น ประธานในพิธีขณะถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2542 ณ พระอารามหลวงวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

12 พฤศจิกายน 2542

อัญเชิญองค์กฐินไปประดิษฐาน ณ พระวิหารหลวง และประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์

13 พฤศจิกายน 2542

อัญเชิญองค์กฐินเข้าสู่พระอุโบสถเพื่อประกอบพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานตามพระราชประเพณี ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ และถวายจตุปัจจัยเพื่อบำรุงพระอาราม

ศาสตราจารย์รังสรรค์ แสงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ในขณะนั้นเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพระราชพิธี โดยมีผู้ร่วมบริจาคจตุปัจจัยเพื่อบำรุงพระอารามรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 808,573 บาท เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นบทบาทของมหาวิทยาลัยรามคำแหงในการร่วมสืบทอดพระราชประเพณี ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่ไปกับภารกิจด้านการศึกษา ทั้งยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันการศึกษา และพระพุทธศาสนา ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการธำรงรักษาขนบธรรมเนียมและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทย

ภายหลังการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในปีพุทธศักราช 2542 มหาวิทยาลัยรามคำแหงยังคงได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินและดำเนินการถวาย ณ พระอารามหลวงในจังหวัดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในทุกปี ทำให้พระราชพิธีดังกล่าวมิได้เป็นเพียงเหตุการณ์หนึ่งในประวัติการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของความต่อเนื่องแห่งพระราชประเพณีที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และยังคงดำรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมมาจนถึงปัจจุบัน

เอกสารอ้างอิง

  • ประทีป วาทิกทินกร (บรรณาธิการ). (2542, 29 พฤศจิกายน–5 ธันวาคม). ม.ร. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ปี 2542. ข่าวรามคำแหง, 1.
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยรามคำแหงเฉลิมพระเกียรติ. (2542). พระกฐินพระราชทานมหาวิทยาลัยรามคำแหง พุทธศักราช 2542 ทอด ณ วัดพระนารายณ์มหาราช จังหวัดนครราชสีมา วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2542.

ที่มาภาพ

  • ภาพที่ 1 วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา — มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยรามคำแหงเฉลิมพระเกียรติ. (2542). พระกฐินพระราชทานมหาวิทยาลัยรามคำแหง พุทธศักราช 2542.
  • ภาพที่ 2 วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา — มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยรามคำแหงเฉลิมพระเกียรติ. (2542). พระกฐินพระราชทานมหาวิทยาลัยรามคำแหง พุทธศักราช 2542.
  • ภาพที่ 3 ศาสตราจารย์รังสรรค์ แสงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงในขณะนั้น — ประทีป วาทิกทินกร (บรรณาธิการ). (2542, 29 พฤศจิกายน–5 ธันวาคม). ข่าวรามคำแหง, 1.