พระกฐินพระราชทานมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2543 ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร: รอยจารึกแห่งศรัทธาและการสืบสานมรดกวัฒนธรรมสุโขทัย
พระมหากรุณาธิคุณและพันธกิจแห่งสถาบัน
การถวายผ้าพระกฐินพระราชทานนับเป็นพระราชประเพณีและโบราณราชวัตรอันสำคัญยิ่งที่สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชศรัทธาของพระมหากษัตริย์ไทยที่มีต่อพระบวรพุทธศาสนา โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กร สถาบันการศึกษา และคหบดี นำไปทอดถวาย ณ พระอารามหลวงทั่วราชอาณาจักร
ในปีพุทธศักราช 2543 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงอัญเชิญไป ทอดถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ระหว่างวันที่ 10–11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543
เหตุการณ์ในคราวนั้นมิได้เป็นเพียงการบำเพ็ญกุศลตามประเพณีนิยม หากแต่เป็นภาพสะท้อนสำคัญของประวัติศาสตร์องค์กรที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ ความทรงจำ และพันธกิจด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยเข้ากับรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของแผ่นดินสุโขทัยอย่างแนบแน่น
สายสัมพันธ์สุโขทัยกับอัตลักษณ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง
การเดินทางไปประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ ดินแดนสุโขทัยของมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีนัยเชิงสัญลักษณ์และเชิงประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ด้วยมหาวิทยาลัยได้รับพระราชทานนามเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช องค์บูรพกษัตริยาธิราชผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทยและทรงวางรากฐานพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทลังกาวงศ์ในแผ่นดินสุโขทัย
ขณะเดียวกัน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร หรือที่รู้จักในนาม “วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง” จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมในเขตโบราณสถานเมืองเชลียง ศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองยุคเริ่มแรกก่อนการสถาปนากรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ภายในวัดปรากฏโบราณสถานสำคัญคือพระปรางค์ประธานทรงขอมโบราณ ที่ผ่านการบูรณะและพัฒนาการทางศิลปกรรมสืบเนื่องมาตั้งแต่ยุคสุโขทัยและอยุธยา
นอกจากนี้ ในช่วงทศวรรษ 2540 มหาวิทยาลัยรามคำแหงกำลังดำเนินนโยบายสำคัญในการกระจายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ส่วนภูมิภาค ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสุโขทัย การร่วมแรงร่วมใจของประชาคมรามคำแหงในการเดินทางมายังเมืองโบราณศรีสัชนาลัยในครั้งนั้น จึงเปรียบเสมือนการ “หวนคืนสู่รากเหง้า” และการแสดงความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับชุมชนท้องถิ่นประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง
บันทึกเหตุการณ์และบรรยากาศแห่งพิธีการ
พิธีการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2543 จัดขึ้นอย่างถูกต้องตามระเบียบแบบแผนโบราณราชประเพณีและขนบธรรมเนียมทางศาสนา โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาสำคัญ ดังนี้
1. พิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน (วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543)
(ที่มา: วิทยา ธนากฤกษ์มงคล, หน่วยจดหมายเหตุ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง)
คณะดำเนินงานได้อัญเชิญและประดิษฐานองค์ผ้าพระกฐินพระราชทาน พร้อมด้วยเครื่องบริวารพระกฐิน ณ ศาลาการเปรียญ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร ในช่วงค่ำ มีการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชองค์พระกฐินโดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป และการแสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีบุคลากรของมหาวิทยาลัย ข้าราชการ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนและประชาชนในชุมชนท้องถิ่นเข้าร่วมพิธีด้วยความเปี่ยมศรัทธา
2. พิธีทอดถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน (วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543)
ในช่วงบ่าย คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร มหาวิทยาลัยรามคำแหง นำโดยศาสตราจารย์รังสรรค์ แสงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ในขณะนั้น) พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวอำเภอศรีสัชนาลัย ได้ร่วมกันตั้งริ้วขบวนอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานและเครื่องอัฐบริขาร เคลื่อนจากศาลาการเปรียญเข้าสู่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร
ลำดับพิธีการดำเนินไปตามแบบแผนราชประเพณี
- การบูชาพระรัตนตรัย ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระประธานในพระอุโบสถ
- การถวายผ้าพระกฐิน ประธานอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานขึ้นประคองเบื้องหน้า และกล่าวถวายแด่คณะสงฆ์ผู้จำพรรษาถ้วนไตรมาส
- พิธีกรานกฐินและการอนุโมทนา คณะสงฆ์ประกอบพิธีกรานกฐินตามพระธรรมวินัย พร้อมทั้งถวายอนุโมทนาและถวายอดิเรก
- การกรวดน้ำรับพร ประธานในพิธี คณะผู้บริหาร และผู้ร่วมงานร่วมกันกรวดน้ำรับพร เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการอย่างสมพระเกียรติ
(ที่มาภาพที่ 2–6: วิทยา ธนากฤกษ์มงคล, หน่วยจดหมายเหตุ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง)
คุณค่าทางประวัติศาสตร์องค์กรและมรดกทางความทรงจำ
ในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานครั้งประวัติศาสตร์นี้ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมบริจาคจตุปัจจัยทำบุญ พร้อมงบประมาณสมทบจากมหาวิทยาลัย รวมเป็นยอดเงินสุทธิทั้งสิ้น 679,315.50 บาท เพื่อนำไปใช้ในการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะ โบราณสถาน และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาภายในพระอารามหลวง
ภาพถ่าย เอกสาร และบันทึกเหตุการณ์ในครั้งนี้ มิได้ทำหน้าที่เป็นเพียงบันทึกกิจกรรมในอดีต แต่คือ “มรดกความทรงจำขององค์กร (Organizational Memory)” ที่ทำหน้าที่เป็นหลักฐานทางจดหมายเหตุ ยืนยันถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยรามคำแหงในการเป็นสถาบันการศึกษาเพื่อชุมชนและสังคม ที่มุ่งมั่นสืบสาน อนุรักษ์ และเชิดชูมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทยให้สถิตสถาพรคู่แผ่นดิน
เอกสารและแหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ประทีป วาทิกทินกร (บ.ก.). (2543, 27 พฤศจิกายน–3 ธันวาคม). ม.ร. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทานปี 2543. ข่าวรามคำแหง, 30(31), 1.
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยรามคำแหงเฉลิมพระเกียรติ, และคณะกรรมการจัดทำหนังสือที่ระลึกงานกฐินพระราชทาน. (2543). พระกฐินพระราชทานมหาวิทยาลัยรามคำแหง พุทธศักราช 2543: ทอด ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร จังหวัดสุโขทัย วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2543. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
- สมชาย พุ่มสอาด. (2525). ประวัติวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร. กรมศิลปากร. finearts.go.th
- หน่วยจดหมายเหตุ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง. (2543). ชุดภาพถ่ายพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประจำปี 2543 [ชุดภาพถ่ายจดหมายเหตุ; ภาพถ่ายโดย วิทยา ธนากฤกษ์มงคล]. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.