มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดแพร่
จากวโรกาสกาญจนาภิเษกสู่มติจัดตั้งอย่างเป็นทางการ
ในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 50 ปี (ปีกาญจนาภิเษก) ในปี พ.ศ. 2539 มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโครงการกระจายโอกาสทางการศึกษานี้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง เพื่อสืบสานพระราชปณิธานและพระราชจริยวัตรที่ทรงมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกร จึงเป็นที่มาของการใช้ชื่อทางการว่า “โครงการมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ”
ภายใต้นโยบายดังกล่าว มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดแพร่ จึงได้รับการผลักดันให้จัดตั้งขึ้นเป็นสาขารุ่นที่สอง เพื่อขยายโอกาสทางการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษาสู่พื้นที่ภาคเหนือตอนบน
สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีมติอนุมัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดแพร่ อย่างเป็นทางการ
นักศึกษารุ่นแรกและการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
ในระยะแรกของการเปิดการเรียนการสอน (ปีการศึกษา 2539) เนื่องจากยังไม่มีอาคารสถานที่ถาวร มหาวิทยาลัยจึงได้รับความอนุเคราะห์ใช้ “ศาลาประชาคมจังหวัดแพร่” เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนชั่วคราว มีนักศึกษารุ่นแรกเข้าศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 571 คน ซึ่งผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นประชาชนชาวจังหวัดแพร่ (524 คน) ร่วมด้วยนักศึกษาจากจังหวัดใกล้เคียง อาทิ เชียงใหม่ ลำปาง น่าน พะเยา อุตรดิตถ์ สุโขทัย แม่ฮ่องสอน พิจิตร และเพชรบูรณ์
สาขาวิชาบริหารธุรกิจ
สาขาวิชารัฐศาสตร์
สาขาวิชาสื่อสารมวลชน
นักศึกษาเรียนรายกระบวนวิชา (ไม่รับปริญญา)
ในด้านนวัตกรรมการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยได้นำระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมและการสื่อสาร 2 ทาง (Two-Way Video Conferencing) มาใช้ถ่ายทอดการบรรยายสดจากส่วนกลาง ทำให้นักศึกษาสามารถซักถามกับอาจารย์ผู้สอนได้โดยตรง ควบคู่ไปกับการจัดชุดสื่อการสอน ตำราเรียน เทปเสียงสรุปคำบรรยาย การจัดตั้งห้องสมุดประจำสาขา และการจัดศูนย์สอบในพื้นที่
จากเด่นยวงสู่วิทยาเขตถาวร
ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 การสร้างวิทยาเขตถาวรได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมบนผืนดินสาธารณประโยชน์บริเวณ “เด่นยวง” ตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ (ห่างจากตัวเมืองแพร่ประมาณ 6.7 กิโลเมตร) เนื้อที่รวม 103 ไร่ 47 ตารางวา ซึ่งได้รับอนุมัติให้ใช้ประโยชน์จากความร่วมมือของสภาจังหวัด สภาตำบลป่าแมต คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) โดยมีนายทรงวุฒิ งามมีศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ในขณะนั้น เป็นผู้อนุมัติพื้นที่ พร้อมทั้งได้รับบริจาคที่ดินจากประชาชนในท้องถิ่นเพื่อตัดถนนตรงจากศาลากลางจังหวัดแพร่เข้าสู่สถานที่ตั้งถาวรเป็นระยะทาง 607 เมตร
สำหรับการก่อสร้างอาคารเรียนหลังแรก ได้รับพลังศรัทธาและการสมทบทุนบริจาคจากหลายภาคส่วนในพื้นที่ เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ (บริจาคเงินทุนเบื้องต้น 6 ล้านบาท), สภาอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่, หอการค้าจังหวัดแพร่, คณะศิษย์เก่า ตลอดจนพ่อค้า คหบดี และประชาชนชาวจังหวัดแพร่ โดยมีนายนรินทร์ พานิชกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นผู้นำในการร่วมใจบริจาคเงินสมทบทุน และมีนายประพนธ์ เอี่ยมสุนทร โยธาธิการจังหวัดแพร่ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง
ตัวอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 1,600 ตารางเมตร (ชั้นล่าง 974.5 ตารางเมตร ชั้นบน 644.34 ตารางเมตร) ประกอบด้วยห้องบรรยายขนาด 250 คน 2 ห้อง, ห้องบรรยายขนาด 80 คน 3 ห้อง, ห้องบรรยายขนาด 40 คน 2 ห้อง, ห้องพักอาจารย์, ห้องทำงานเจ้าหน้าที่, ห้องสมุด และห้องน้ำ 12 ห้อง โดยออกแบบประยุกต์รูปทรงหลังคาซ้อนและสถาปัตยกรรมล้านนาให้กลมกลืนกับภูมิทัศน์เนินเขาธรรมชาติของเด่นยวง
พระมหากรุณาธิคุณแห่งการวางศิลาฤกษ์
ความภาคภูมิใจสูงสุดในประวัติศาสตร์ของสาขาวิทยบริการฯ จังหวัดแพร่ เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2540 เมื่อมหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระอิสริยยศในขณะนั้น) เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนหลังแรก ณ สาธารณะเด่นยวง โดยมีนาวาโท นายแพทย์เดชา สุขารมณ์ รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย, นายนรินทร์ พานิชกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่, ศาสตราจารย์รังสรรค์ แสงสุข อธิการบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา และประชาชนชาวจังหวัดแพร่ร่วมเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จอย่างคับคั่ง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนหลังแรก ณ บริเวณเด่นยวง
พระมหากรุณาธิคุณในครั้งนั้นนับเป็นสิริมงคลสูงสุดและเป็นหมุดหมายสำคัญของการสถาปนามหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดแพร่ จากจุดเริ่มต้นด้วยอาคารเรียนชั่วคราว ณ ศาลาประชาคม สู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาถาวรที่เติบโตอย่างมั่นคง
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดแพร่ เปิดสอนทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และโครงการบริการวิชาการต่าง ๆ เป็นแหล่งบ่มเพาะบัณฑิต พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และขับเคลื่อนสังคมท้องถิ่นจังหวัดแพร่และภาคเหนือตอนบนอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
- คณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึก มหาวิทยาลัยรามคำแหง. (2543). มหาวิทยาลัยรามคำแหง 29 ปี. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
- สุธี ตันตินันท์ธร, ธัญญ์รัตน์ ตติยะวรนันท์, และวัฒนา อัติโชติ (บรรณาธิการ). (2548). มหาวิทยาลัยรามคำแหง 34 ปี. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง. (2538). ก้าวต่อไปของมหาวิทยาลัยรามคำแหง: การจัดตั้งสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติส่วนภูมิภาค. ใน 24 ปี มหาวิทยาลัยรามคำแหง (น. 24–27). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
- สุรศักดิ์ อมรรัตนศักดิ์ (บรรณาธิการ). (2541, ธันวาคม 5–11). ชาวรามคำแหงสุดปลื้มปิติ สมเด็จพระเทพฯ วางศิลาฤกษ์อาคารเรียนที่แพร่. ข่าวรามคำแหง, 27(36), 2.
ที่มาภาพ
- ภาพที่ 1, 2 โดย นายวิทยา ธนาฤกษ์มงคล (คลังภาพจดหมายเหตุดิจิทัล มหาวิทยาลัยรามคำแหง)