ด้านที่ 3 · บรรทัดที่ 10–11
“...1214 ศก ปีมะโรง พ่อขุนรามคำ-แหงเจ้าเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัยนี้ ปลูกไม้ตา-...”
จากอาคารเรียนยุคแรก สู่ชื่อที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับรากเหง้าแห่งอาณาจักรสุโขทัย
…ตึกน้อยใหญ่ที่เคยเป็นสถานที่จัดแสดงสินค้า กลายเป็นอาคารเรียนรวม แต่ละตึกมีชื่อต่างกันไปแต่ทุกชื่อล้วนเป็นชื่อที่ปรากฏในศิลาจารึก สุโขทัย ชื่อเหล่านี้ชวนให้รำลึกถึงบรรยากาศความเป็นเมืองเก่าสุโขทัยได้ดีทีเดียว…” (ชุลีพร สุขกระจ่าง, 2551, หน้า 104-105) ท่ามกลางอาคารที่ดัดแปลงจากสถานที่จัดแสดงสินค้านานาชาติในวันนั้น อาคารแต่ละหลังไม่ได้มีเพียงหน้าที่รองรับการเรียนการสอน หากยังได้รับการตั้งชื่อที่สื่อถึงรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย
ซึ่งหลังจากที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับการสถาปนาขึ้นในปี พ.ศ. 2514 ได้อัญเชิญพระนามพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงนำพาอาณาจักรสุโขทัยสู่ความรุ่งเรือง ด้วยเหตุนี้ อาคารต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยจึงได้รับการตั้งชื่อให้เชื่อมโยงกับอาณาจักรสุโขทัย เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณและสืบทอดรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย
ข้อความตอนหนึ่งจากหนังสือพลิกปูมรามคำแหง ที่รองศาสตราจารย์วิศิษฐ์ ทวีเศรษฐ หนึ่งในคณะกรรมการเตรียมการ และคณะทำงานก่อตั้งมหาวิทยาลัย ได้เล่าถึงที่มาของการตั้งชื่ออาคารไว้ว่า “…เกิดขึ้นจากการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาตั้งชื่อตึกหรืออาคารของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประมาณปี พ.ศ. 2514 หลังเปิดการศึกษาของมหาวิทยาลัยแล้ว คณะกรรมการชุดนี้ก็ประชุมเพื่อตั้งชื่ออาคารโดยมีหลักการว่าต้องเป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกับสุโขทัย จะเป็นชื่อเมืองหรือชื่ออะไรก็ได้ ที่อยู่ในประวัติศาสตร์กรุงสุโขทัย เนื่องจากมหาวิทยาลัยของเราชื่อ ‘รามคำแหง’ ซึ่งเป็นพระนามของพ่อขุนรามคำแหง พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย เพราะฉะนั้น ชื่ออาคารทั้งหลายควรจะเกี่ยวข้องกับสุโขทัย อันเป็นราชอาณาจักรที่พระองค์เคยปกครอง… ” (นาคินทร์ คู่กระสัง,2551, หน้า 106)
ชื่ออาคารทั้งหลายเกี่ยวข้องกับสุโขทัย อันเป็นราชอาณาจักรที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเคยปกครอง
และหนึ่งในชื่อที่น่าสนใจ คือ "ศรีสัชชนาลัย" เนื่องจากเป็นอาคารเรียน 5 ชั้น หลังแรกในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งอยู่ใกล้กับประตูใหญ่ของมหาวิทยาลัยถูกสร้างแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2516 ระยะแรกถูกนำใช้เป็นที่จำหน่ายตำราให้กับนักศึกษา ในเวลาต่อมาจึงใช้เป็นสถานที่ทำการและอาคารเรียนของคณะบริหารธุรกิจ
โดยมี ดร. บรรพต วีระสัย (จิรโชค วีระสย) ผู้ก่อตั้งคณะรัฐศาสตร์ คณบดีคนแรก และผู้บริหารในตำแหน่งสำคัญของมหาวิทยาลัย ได้เสนอใช้ชื่ออาคารว่า "อาคารศรีสัชชนาลัย" ซึ่งก็ยังคงใช้ชื่อนี้ตลอดมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน
คำว่า “ศรีสัชชนาลัย” เป็นชื่ออำเภอ อำเภอหนึ่งของจังหวัดสุโขทัย ในอดีต “ศรีสัชชนาลัย” คือ ชื่อเมืองใหญ่ในอาณาจักรสุโขทัย ตามจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หลักที่ 1 ได้กล่าวถึงหรือออกนามคู่กับเมืองสุโขทัยหลายแห่ง เช่น
“...1214 ศก ปีมะโรง พ่อขุนรามคำ-แหงเจ้าเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัยนี้ ปลูกไม้ตา-...”
“...ผิใช่วันสูดธรรม พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัย ขึ้นนั่งเหนือขดา-”
“พ่อขุนพระรามคำแหง ลูกพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็-นขุนในเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัย ทั้งมา กาว ลาว...”
“…กระทำบูชาบำเรอแก่พระธาตุได้เดือนหกวัน จึ่-งเอาลงฝังในกลางเมืองศรีสัชชนาลัยก่อพระเจ-...”
“ศรีสัชชนาลัย” ปรากฏอยู่ในหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชหลายแห่ง แสดงให้เห็นถึงเมืองที่มีความยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในอาณาจักรสุโขทัยถูกนำมาตั้งเป็นชื่อของอาคารมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอาณาจักรสุโขทัย ตามเจตจำนงของคณะกรรมการเตรียมการ และคณะทำงานผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย จากอาคารจัดแสดงสินค้าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานศึกษา สู่ "อาคารศรีสัชชนาลัย" อาคารเรียน 5 ชั้นหลังแรกที่ตั้งตระหง่านอยู่คู่มหาวิทยาลัยรามคำแหงมากว่าครึ่งศตวรรษ ชื่อของอาคารแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงคำเรียกขาน หากเป็นเครื่องหมายแห่งความทรงจำที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับอาณาจักรสุโขทัย
แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนผ่าน อาคารหลายหลังได้รับการปรับปรุง ผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาศึกษา แต่ชื่อ "ศรีสัชชนาลัย" ยังคงอยู่ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของวันแรกแห่งการก่อร่างสร้างมหาวิทยาลัย และย้ำเตือนว่า รากเหง้าทางประวัติศาสตร์ไม่ได้เลือนหายไปตามกาลเวลาเมื่อมองไปรอบรั้วราม จะพบว่ายังมีชื่ออาคารอีกหลายแห่งที่ซ่อนเรื่องราวของอาณาจักรสุโขทัยเอาไว้ รอให้ค้นหา รอให้เล่าขาน และรอให้ผู้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ว่า ประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่เพียงในศิลาจารึก หากยังมีชีวิตอยู่ในทุกมุมของมหาวิทยาลัยแห่งนี้