“…ป้ายขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยตัวอักษรสีเข้ม เด่นตระหง่านหน้ารั้วรามคำแหง... อาคารเก่าที่เคยใช้เป็นสถานที่จัดแสดงสินค้านานาชาติถูกซ่อมแซมตกแต่งอีกเล็กน้อยให้ดูใหม่ เจ้าหน้าที่จัดห้องเรียนทั้ง 14 ห้อง เตรียมโต๊ะ เก้าอี้ ทีวีวงจรปิดเตรียมพร้อมถ่ายทอดสดการสอนของอาจารย์ไปยังห้องข้าง ๆ ทั้งหมดเพื่อเปิดการเรียนการสอนในครั้งแรกเช้าวันนี้…
ภาพที่ 1 บรรยากาศด้านหน้ามหาวิทยาลัยราวปี 2514-2519 เบื้องหลังป้ายชื่อมหาวิทยาลัยคือ ตึกและอาคารเก่าที่ปรับปรุงเป็นสถานที่ทำการและอาคารเรียน
ภาพที่ 1 บรรยากาศด้านหน้ามหาวิทยาลัยราวปี 2514-2519 เบื้องหลังป้ายชื่อมหาวิทยาลัยคือ ตึกและอาคารเก่าที่ปรับปรุงเป็นสถานที่ทำการและอาคารเรียน · อนุเคราะห์ภาพถ่ายโดย นายสุเมธี สุดา (เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564)

จากสถานที่จัดแสดงสินค้า สู่พื้นที่แห่งการศึกษา

…ตึกน้อยใหญ่ที่เคยเป็นสถานที่จัดแสดงสินค้า กลายเป็นอาคารเรียนรวม แต่ละตึกมีชื่อต่างกันไปแต่ทุกชื่อล้วนเป็นชื่อที่ปรากฏในศิลาจารึก สุโขทัย ชื่อเหล่านี้ชวนให้รำลึกถึงบรรยากาศความเป็นเมืองเก่าสุโขทัยได้ดีทีเดียว…” (ชุลีพร สุขกระจ่าง, 2551, หน้า 104-105) ท่ามกลางอาคารที่ดัดแปลงจากสถานที่จัดแสดงสินค้านานาชาติในวันนั้น อาคารแต่ละหลังไม่ได้มีเพียงหน้าที่รองรับการเรียนการสอน หากยังได้รับการตั้งชื่อที่สื่อถึงรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย

ซึ่งหลังจากที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับการสถาปนาขึ้นในปี พ.ศ. 2514 ได้อัญเชิญพระนามพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงนำพาอาณาจักรสุโขทัยสู่ความรุ่งเรือง ด้วยเหตุนี้ อาคารต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยจึงได้รับการตั้งชื่อให้เชื่อมโยงกับอาณาจักรสุโขทัย เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณและสืบทอดรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย

ชื่ออาคารที่เชื่อมโยงกับอาณาจักรสุโขทัย

ข้อความตอนหนึ่งจากหนังสือพลิกปูมรามคำแหง ที่รองศาสตราจารย์วิศิษฐ์ ทวีเศรษฐ หนึ่งในคณะกรรมการเตรียมการ และคณะทำงานก่อตั้งมหาวิทยาลัย ได้เล่าถึงที่มาของการตั้งชื่ออาคารไว้ว่า “…เกิดขึ้นจากการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาตั้งชื่อตึกหรืออาคารของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประมาณปี พ.ศ. 2514 หลังเปิดการศึกษาของมหาวิทยาลัยแล้ว คณะกรรมการชุดนี้ก็ประชุมเพื่อตั้งชื่ออาคารโดยมีหลักการว่าต้องเป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกับสุโขทัย จะเป็นชื่อเมืองหรือชื่ออะไรก็ได้ ที่อยู่ในประวัติศาสตร์กรุงสุโขทัย เนื่องจากมหาวิทยาลัยของเราชื่อ ‘รามคำแหง’ ซึ่งเป็นพระนามของพ่อขุนรามคำแหง พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย เพราะฉะนั้น ชื่ออาคารทั้งหลายควรจะเกี่ยวข้องกับสุโขทัย อันเป็นราชอาณาจักรที่พระองค์เคยปกครอง… ” (นาคินทร์ คู่กระสัง,2551, หน้า 106)

ชื่ออาคารทั้งหลายเกี่ยวข้องกับสุโขทัย อันเป็นราชอาณาจักรที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเคยปกครอง

อาคารเรียน 5 ชั้นหลังแรกของมหาวิทยาลัย

และหนึ่งในชื่อที่น่าสนใจ คือ "ศรีสัชชนาลัย" เนื่องจากเป็นอาคารเรียน 5 ชั้น หลังแรกในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งอยู่ใกล้กับประตูใหญ่ของมหาวิทยาลัยถูกสร้างแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2516 ระยะแรกถูกนำใช้เป็นที่จำหน่ายตำราให้กับนักศึกษา ในเวลาต่อมาจึงใช้เป็นสถานที่ทำการและอาคารเรียนของคณะบริหารธุรกิจ

ภาพที่ 2 อาคารศรีสัชชนาลัย ที่สร้างแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2516 ขาดเพียงเครื่องเฟอร์นิเจอร์
ภาพที่ 2 อาคารศรีสัชชนาลัย ที่สร้างแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2516 ขาดเพียงเครื่องเฟอร์นิเจอร์ · จาก ข่าวรามคำแหง ปีที่ 3 ฉบับที่ 28 หน้าที่ 3
ภาพที่ 3 อาคารศรีสัชชนาลัย ปี พ.ศ. 2517 หน้าอาคารทำการติดตั้งป้ายชื่ออาคารที่พร้อมใช้งาน
ภาพที่ 3 อาคารศรีสัชชนาลัย ปี พ.ศ. 2517 หน้าอาคารทำการติดตั้งป้ายชื่ออาคารที่พร้อมใช้งาน · จาก หนังสือ 15 ปีรามคำแหง หน้า 40

โดยมี ดร. บรรพต วีระสัย (จิรโชค วีระสย) ผู้ก่อตั้งคณะรัฐศาสตร์ คณบดีคนแรก และผู้บริหารในตำแหน่งสำคัญของมหาวิทยาลัย ได้เสนอใช้ชื่ออาคารว่า "อาคารศรีสัชชนาลัย" ซึ่งก็ยังคงใช้ชื่อนี้ตลอดมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน

ภาพที่ 4 อาคารศรีสัชชนาลัย ในปัจจุบัน
ภาพที่ 4 อาคารศรีสัชชนาลัย ในปัจจุบัน · ถ่ายเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569

ชื่อเมืองสำคัญในอาณาจักรสุโขทัย

คำว่า “ศรีสัชชนาลัย” เป็นชื่ออำเภอ อำเภอหนึ่งของจังหวัดสุโขทัย ในอดีต “ศรีสัชชนาลัย” คือ ชื่อเมืองใหญ่ในอาณาจักรสุโขทัย ตามจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หลักที่ 1 ได้กล่าวถึงหรือออกนามคู่กับเมืองสุโขทัยหลายแห่ง เช่น

ด้านที่ 3 · บรรทัดที่ 10–11

“...1214 ศก ปีมะโรง พ่อขุนรามคำ-แหงเจ้าเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัยนี้ ปลูกไม้ตา-...”

ด้านที่ 3 · บรรทัดที่ 16–17

“...ผิใช่วันสูดธรรม พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัย ขึ้นนั่งเหนือขดา-”

ด้านที่ 4 · บรรทัดที่ 1–2

“พ่อขุนพระรามคำแหง ลูกพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็-นขุนในเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัย ทั้งมา กาว ลาว...”

ด้านที่ 4 · บรรทัดที่ 5–6

“…กระทำบูชาบำเรอแก่พระธาตุได้เดือนหกวัน จึ่-งเอาลงฝังในกลางเมืองศรีสัชชนาลัยก่อพระเจ-...”

“ศรีสัชชนาลัย” ปรากฏอยู่ในหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชหลายแห่ง แสดงให้เห็นถึงเมืองที่มีความยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในอาณาจักรสุโขทัยถูกนำมาตั้งเป็นชื่อของอาคารมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอาณาจักรสุโขทัย ตามเจตจำนงของคณะกรรมการเตรียมการ และคณะทำงานผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย จากอาคารจัดแสดงสินค้าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานศึกษา สู่ "อาคารศรีสัชชนาลัย" อาคารเรียน 5 ชั้นหลังแรกที่ตั้งตระหง่านอยู่คู่มหาวิทยาลัยรามคำแหงมากว่าครึ่งศตวรรษ ชื่อของอาคารแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงคำเรียกขาน หากเป็นเครื่องหมายแห่งความทรงจำที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับอาณาจักรสุโขทัย

แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนผ่าน อาคารหลายหลังได้รับการปรับปรุง ผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาศึกษา แต่ชื่อ "ศรีสัชชนาลัย" ยังคงอยู่ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของวันแรกแห่งการก่อร่างสร้างมหาวิทยาลัย และย้ำเตือนว่า รากเหง้าทางประวัติศาสตร์ไม่ได้เลือนหายไปตามกาลเวลาเมื่อมองไปรอบรั้วราม จะพบว่ายังมีชื่ออาคารอีกหลายแห่งที่ซ่อนเรื่องราวของอาณาจักรสุโขทัยเอาไว้ รอให้ค้นหา รอให้เล่าขาน และรอให้ผู้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ว่า ประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่เพียงในศิลาจารึก หากยังมีชีวิตอยู่ในทุกมุมของมหาวิทยาลัยแห่งนี้

ร่องรอยสุโขทัยในรั้วราม... ยังมีเรื่องราวอีกมากให้ติดตาม

เอกสารอ้างอิง

  • ชุลีพร สุขกระจ่าง. (2551), เบ่งบานแล้ว…ฝ้ายคำในรั้วราม. ใน อังธิดา ลิมป์ปัทมปาณี (บรรณาธิการ) พลิกปูมรามคำแหง (หน้า 104). โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
  • นาคินทร์ คู่กระสัง. (2551), ตึกแห่งประวัติศาสตร์ของรามคำแหง. ใน อังธิดา ลิมป์ปัทมปาณี (บรรณาธิการ) พลิกปูมรามคำแหง (หน้า 106). โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
  • บรรพต วีระสย. (2529). ม.ร. เมื่อแรกตั้ง : เจาะเวลาค้นหาอดีต. ใน พัฒน์ น้อยแสงศรี (บรรณาธิการ), 15 ปีรามคำแหง (หน้า 68). ด่านสุทธาการพิมพ์.
  • พิริยะ ไกรฤกษ์. (2532). จารึกพ่อขุนรามคำแหง การวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ศิลปะ. อัมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊พ.
  • มหาวิทยาลัยศิลปากร, คณะโบราณคดี, ภาควิชาภาษาตะวันออก. (2561). เอกสารโครงการอบรมการ อ่านจารึกสุโขทัย สำหรับครูมัธยมและบุคคลทั่วไป.
  • อดุลย์ ตะพัง. (2552). อาคารมหาวิทยาลัยรามคำแหง. ใน ประทีป วาทิกทินกร (บรรณาธิการ), 38 ปี รามฯ (หน้า 97).

ที่มาภาพ

  • ภาพที่ 1 บรรยากาศด้านหน้ามหาวิทยาลัยราวปี 2514-2519 เบื้องหลังป้ายชื่อมหาวิทยาลัยคือ ตึกและอาคารเก่าที่ปรับปรุงเป็นสถานที่ทำการและอาคารเรียน อนุเคราะห์ภาพถ่ายโดย นายสุเมธี สุดา (เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564)
  • ภาพที่ 2 อาคารศรีสัชชนาลัย ที่สร้างแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2516 ขาดเพียงเครื่องเฟอร์นิเจอร์ และเปิดใช้ชั่วคราวเป็นบางส่วน สิทธา พินิจภูวดล (บรรณาธิการ). (2516, พฤศจิกายน, 17). ม.ร. กำลังก่อสร้างตัว. ข่าวรามคำแหง, หน้า 2).
  • ภาพที่ 3 อาคารศรีสัชชนาลัย ปี พ.ศ. 2517 หน้าอาคารทำการติดตั้งป้ายชื่ออาคารที่พร้อมใช้งาน มหาวิทยาลัยรามคำแหง. (2529). ประวัติและข้อมูลสถิติ ม.ร.. ใน พัฒน์ น้อยแสงศรี (บรรณาธิการ), 15 ปีรามคำแหง (หน้า 40). ด่านสุทธาการพิมพ์.
  • ภาพที่ 4 อาคารศรีสัชชนาลัย ในปัจจุบัน ถ่ายเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ถ่ายโดย นางสาวสุฑามาส ดัสดูล บรรณารักษ์ชำนาญการ หน่วยจดหมายเหตุดิจิทัล ฝ่ายเทคโนโลยีห้องสมุด สำนักหอสมุดกลาง เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569